ถ้าพรุ่งนี้ขาคุณหายไป : 1 ปี 1 ล้านคน ต้องเสียขาให้กับโรคเบาหวาน

ถ้าพรุ่งนี้ขาคุณหายไป : 1 ปี 1 ล้านคน ต้องเสียขาให้กับโรคเบาหวาน

จากข้อมูลของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พบว่า ทุก 1 ปี จะมีผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 1 ล้านคน ต้องถูกตัดขาเพราะโรคเบาหวานจากการละเลยการตรวจเช็คระดับน้ำตาลที่ไม่มีความสม่ำเสมอ

จากข้อมูลของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พบว่าใน ทุก 1 ปี จะมีผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 1 ล้านคน ต้องถูกตัดขาเพราะโรคเบาหวานจากการละเลยการตรวจเช็คระดับน้ำตาลที่ไม่มีความสม่ำเสมอ

 

ในปัจจุบันมีเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลแบบพกพา iHealthGlucoที่สามารถเก็บผลระดับน้ำตาลและสามารถแชร์ผลไปยังแพทย์ประจำตัวของคุณได้แบบ REAL – TIME เพียงเจาะเลือดที่ปลายนิ้วซึ่งเป็นหลอดเลือดแดงฝอย หยดเลือดลงบนแถบทดสอบ เครื่องจะสามารถบอกผลให้คุณได้ภายใน 5 วินาที

 

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง(Self-Monitoring of Blood Glucose, SMBG) มีความสำคัญมาก

 

1. ช่วยเสริมข้อมูลของค่าน้ำตาลสะสมเฉลี่ย หรือฮีโมโกลบินเอวันซี(HbA1c)

2. ช่วยสะท้อนผลของพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และยาที่ใช้รักษา ต่อการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือด

3. สามารถตรวจค้นหา หรือประเมินแนวโน้มที่จะเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหรือ สูงเกินเกณฑ์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วยและสร้างแรงจูงใจในการดูแลตนเองให้ดียิ่งขึ้น

 

ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดนั้นจะมีช่วงเวลาและความถี่ในการตรวจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดเบาหวานของผู้ป่วย

 

1. ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ได้รับการรักษาด้วยอินซูลินปั๊มป์(insulin pump) ควรตรวจระดับน้้าตาล วันละ 4-6 ครั้ง

 2. ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ฉีดอินซูลินก่อนนอน ควรตรวจระดับน้ำตาลก่อนอาหารเช้าทุกวันหรืออย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ในช่วงที่มีการปรับขนาดอินซูลิน หลังจากนั้นควรตรวจเลือดก่อนและหลังอาหาร ในมื้ออื่นๆสลับกัน เพื่อดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือด

 3. ผู้เป็นเบาหวานที่ฉีดอินซูลินวันละ 2 ครั้ง ควรตรวจระดับน้ำตาล อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยตรวจก่อนอาหารเช้าและเย็น อาจมีการตรวจก่อนอาหารและหลังอาหารมื้ออื่นๆเพื่อดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับปริมาณยา

 4. ผู้เป็นเบาหวานที่ฉีดอินซูลินตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ควรตรวจระดับน้ำตาล ก่อนอาหาร 3 มื้อทุกวัน ตรวจก่อนนอน และหลังอาหาร 2 ชั่วโมง เป็นครั้งคราว หากสงสัยว่ามีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำกลางดึกหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิด ควรตรวจระดับน้ำตาลช่วงเวลา 02.00 - 04.00 น.

5. ผู้เป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ควรตรวจระดับน้ำตาลก่อนอาหารและหลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง ทั้ง 3 มื้อและก่อนนอนและสามารถลดจำนวนครั้งการเจาะลงเมื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

6. ในภาวะเจ็บป่วยควรตรวจเลือดหาระดับน้ำตาลที่ปลายนิ้วอย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง ทุก 4-6 ชั่วโมง หรือก่อนมื้ออาหารเพื่อค้นหาแนวโน้มที่จะเกิดภาวะระดับน้ำตาลต่ำในเลือดหรือระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินควร

7. ควรตรวจเลือดที่ปลายนิ้วก่อนและหลังการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น การขับรถ โดยเฉพาะผู้เป็นเบาหวานที่ได้รับยาซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

8. ควรตรวจเลือดที่ปลายนิ้ว เมื่อสงสัยว่ามีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และหลังจากการให้การรักษาจนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะกลับมาปกติ หรือใกล้เคียงปกติ

 

อย่าลืมตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ . .

 

บทความน่าสนใจ


สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ สุขภาพดีซื้อไม่ได้ แต่ทำได้ วันนี้คุณดูแลสุขภาพหรือยัง